You are currently browsing the tag archive for the 'วันเวลา' tag.

กว่าจะรู้ใจตัวเอง….
จะรู้ว่าโลกนี้มันกว้างใหญ่
ก็ต่อเมื่อเราได้ออกเดินทาง

จะรู้คุณค่าของอะไรในสักอย่าง
ก็ต่อเมื่อเราได้เสียมันไป

จะรู้ความหมายของฟ้าหลังฝน
ก็ต่อเมื่อเราผ่านพ้นมันมาได้

จะรู้ว่ายังมีเรื่องอีกมากมาย
ก็ต่อเมื่อเราเปิดใจยอมรับมัน

จะรู้ว่าในหนังสือมีอะไร
ก็ต่อเมื่อเราได้ลองเปิดอ่าน

จะรู้เวลา..ของดอกไม้บาน
ก็ต่อเมื่อเราเฝ้าตามอยู่อย่างนั้น

จะรู้ว่าเสียงหัวเราะมันมีค่า
ก็ต่อเมื่อเราเสียน้ำตาในสักวัน

จะรู้ถึงความในใจของกันและกัน
ก็ต่อเมื่อเราได้พูดมันออกไป

จะรู้ว่าอะไรที่เรียกว่าคิดถึง
ก็ต่อเมื่อในความคิดคำนึงมีใครสักคน

จะรู้ความหมายในคำรักสักหน
ก็ต่อเมื่อมีใครบางคนให้หวั่นไหว

จะรู้ว่าค่ำคืนนี้คงไม่เงียบเหงา
ก็ต่อเมื่อทุกเรื่องเล่าได้มีโอกาสบอกไป

จะรู้ว่าเป็น
เธอเท่านั้น….ที่ฉันมีให้
ก็ต่อเมื่อทุกครั้งที่เขียนอะไรลงไป

จะมีแต่ภาพเธอในใจที่เกิดขึ้นมา

Around the corner I have a friend,
ฉันมีเพื่อนที่อยู่ไม่ไกล


In this great city that has no end,

ในเมืองใหญ่ที่ไม่มีวันหลับใหล


Yet the days go by and weeks rush on,

และเวลาก็ยังคงผ่านไป


And before I know it, a year is gone.

ฉันไม่เคยรู้ว่านานแค่ไหน


And I never see my old friends face,

แต่ฉันไม่เคยเจอเพื่อนเก่าคนนั้น


For life is a swift and terrible race,

เพราะชีวิตที่มีแต่การเปลี่ยนแปลงและแข่งขัน


he knows I like him just as well,

รู้แต่ว่าเขาคงสบายดีเช่นกัน


As in the days when I rang his bell.

จนวันหนึ่งอยากลองไปหาดูสักที


And he rang mine but we were younger then,

เพื่อนที่เราเคยมีความรู้สึกดีๆ


And now we are busy, tired men.

แต่ตอนนี้เรายุ่งและเหนื่อยล้า


Tired of playing a foolish game,

ต้องฟันผ่ากับเกมอันหลากหลาย


Tired of trying to make a name.

เหนื่อยหน่ายกับการสร้างชื่


‘Tomorrow’ I say! ‘I will call on Jim

พรุ่งนี้แล้วกันนะฉันจะโทรหา


Just to show that I’m thinking of him.’

ปลอบตัวเองว่าเรายังมีเพื่อนให้คิดถึงอยู่


But tomorrow comes and tomorrow goes,

แต่พรุ่งนี้ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป


And distance between us grows and grows.

ระยะทางระหว่างเรายิ่งไกล


Around the corner, yet miles away,

เพื่อนที่อยู่ใกล้กลับเหมือนอยู่ห่างร้อยไมล์


‘Here’s a telegram sir,’ ‘Jim died today.’

จนได้ข่าวว่าเพื่อนจากเราไป


And that’s what we get and deserve in the end.

นี่คือสิ่งที่เราสมควรได้หรืออย่างไร


Around the corner, a vanished friend.

ที่ตรงนั้นไม่ไกลแต่ว่าเพื่อนฉันไม่อยู่อีกต่อไป


Remember to always say what you mean.

จงพูดอย่างที่ใจคิด


If you love someone, tell them.

ถ้าคุณรักใครสักคนก็บอกเขาไป


Don’t be afraid to express yourself.

อย่ากลัวที่จะเผยความรู้สึก


Reach out and tell someone what they mean to you.

เปิดใจและบอกคนที่มีความหมายกับคุณ


Because when you decide that it is the right time it might be too late.
เพราะหากคุณรอจนถึงเวลาที่เหมาะสม วันนั้นอาจจะช้าไป


Seize the day. Never have regrets.

ไขว่คว้าวันเวลา แล้วคุณจะไม่มีวันเสียใจทีหลัง


And most importantly, stay close to your friends and family,
for they have helped make you the person that you are today.

สิ่งที่สำคัญที่สุด จงอย่าละเลยเพื่อนและครอบครัว

เพราะพวกเขาทำให้คุณเป็นอย่างที่คุณเป็นทุกวันนี้

Freainds
เมื่อเราอยู่มหาลัยเราจะคิดแบบนี้มั้ย…

 

เราได้อะไรหลายอย่างจากการเข้าแถวเคารพธงชาติ แม้มหาวิทยาลัยจะเปิดเพลงชาติเสียงดังเพียงใดก็ไม่ได้หมายความว่าเรากำลังยืนเข้าแถวกันเป็นห้อง

…………………………………………………………………


เรารู้อะไรหลายอย่างจากกิจกรรมรักการอ่าน แม้เราจะจดและบันทึกความรู้ในมหาวิทยาลัยจะมีมากมายเพียงไหนก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องส่งอาจารย์

…………………………………………………………………


เรานั่งกินข้าวด้วยกันที่โรงอาหาร แม้โรงอาหารที่มหาวิทยาลัยจะใหญ่แค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนเราจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา

…………………………………………………………………


เราเดินไปเรียนด้วยกัน แม้ตึกและห้องเรียนในมหาวิทยาลัยจะหรูหรายิ่งใหญ่เพียงไหนก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนเราจะนั่งเรียนอยู่ทุกคน

…………………………………………………………………


เราพูดคุยเสียงดังโหวกเหวกเมื่ออยู่ในห้องเรียน แม้ในมหาวิทยาลัยเราจะพูดคุยเสียงดังเพียงไหนก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนๆ ทุกคนจะได้ยิน

…………………………………………………………………


เรากลับบ้านทุกเย็นหลังโรงเรียนเลิก แม้บ้านเราจะอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเพียงไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนที่อยู่ใกล้บ้านเราที่สุดจะได้กลับบ้านทุกวัน

…………………………………………………………………


เรานัดไปเที่ยวกันในวันหยุด แม้ใกล้ๆ มหาวิทยาลัยจะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะนัดเพื่อนไปได้ครบทุกคน

…………………………………………………………………


ถึงแม้กล้องดิจิตอลในมือถือเราจะมีความละเอียดสูงสุดถึง 10 ล้านพิกเซล ก็ไม่ได้ความว่าจะเก็บภาพเพื่อนๆ ได้ทุกคนพร้อมๆ กัน

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…….. มีครูกับลูกศิษย์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่ง
ใกล้กับสนามหญ้าอันกว้างใหญ่ ทันใดนั้น ลูกศิษย์คนหนึ่งก็ถามขึ้นมาว่า
ลูกศิษย์ : อาจารย์คับ ผมสงสัยจังเลยว่า เราจะหาคู่แท้ของเราเจอได้ไงครับอาจารย์
บอกผมหน่อยได้ไหมครับ ?
อาจารย์ : ( เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะตอบ) อืม มันเป็นคำถามที่ยากนะ
แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นคำถามที่ง่ายเหมือนกันนะ
ลูกศิษย ์ :( นั่งคิดอย่างหนัก) ผมไม่เข้าใจครับ
อาจารย์ : โอเค งั้น เธอลองมองไปทางนั้นนะ ตรงนั้นน่ะ มีหญ้าเยอะแยะเลยใช่ไหม
เธอลองเดินไปหาหญ้าต้นที่สวยที่สุด แล้วเด็ดมาให้ครูสิ ต้นเดียวเท่านั้นนะ
แต่ว่าเวลาเธอเดินเนี่ยเธอต้องเดินไปข้างหน้าอย่างเดียวนะ ห้ามเดินถอยหลัง เข้าใจไหม
ลูกศิษย์ :ได้เลยครับจารย์ รอสักครูนะครับ ( ว่าแล้วก็วิ่งตรงไปยังสนามหญ้า)
หลังจากนั้นไม่นาน….
ลูกศิษย์ : ผมกลับมาแล้วครับจารย์
อาจารย์ :อืม…แต่ทำไมครูไม่เห็นต้นหญ้าสวย ๆ ในมือเธอเลยหละ
ลูกศิษย์ : อ๋อ! คืองี้ครับ ตอนที่ผมเดินไปแล้วผมเจอต้นหญ้าสวยๆเนี่ย ผมก็คิดว่า
เออ… เดี๋ยวก้อคงเจอต้นที่สวยกว่านี้ ดังนั้นผมก็เลยไม่เด็ดมัน แล้วผมก็เดินไปเรื่อย รู้ตัวอีกที
มันก็สุดสนามหญ้าแล้วครับจะเดินกลับก็ไม่ได้ เพราะอาจารย์สั่งห้ามไว้
อาจารย์ : นั่นแหละ คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจริงหละ

เรื่องนี้ต้องการที่จะสื่ออะไรกับเรา….

ต้นหญ้า ก็คือ คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวคุณ ต้นหญ้าที่สวยงาม ก็คือคนที่คุณชอบ หรือคนที่ดึงดูดคุณนั่นแหละ
ทุ่งหญ้าก็คือ เวลา เวลาที่คุณจะหาคู่แท้ของคุณ

อย่ามัวแต่เปรียบเทียบ แล้วคิดว่าคงจะมีที่ดีกว่านี้ เพราะถ้าคุณ มัวแต่เปรียบเทียบ คุณจะเสียเวลาไปโดยเปล่า
ประโยชน์ อย่าลืมว่า เวลาไม่เคยย้อนกลับ และไม่ใช่แค่ความรักเท่านั้น
เรื่องนี้ยังสามารถใช้ได้กับการหาคนที่จะมาทำงานร่วมกับคุณในชีวิต หรือแม้กระทั่งงานที่เหมาะสมกับคุณ

ดังนั้น มันจึงเป็นสัจธรรมที่ว่า จงรัก และไขว่คว้าโอกาสที่คุณมีในขณะนี้ อย่ามัวแต่เสียเวลา

บางครั้งคนเราก็มีโอกาสเลือกแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น