You are currently browsing the tag archive for the 'นิยาม' tag.

 

เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเหงาอยู่ริมหน้าต่าง
เธอมองดูกระถางต้นไม้ที่แห้งเฉา ดินแตกระแหง
แต่ยังมีเมล็ดพืชงอกงามอยู่ในนั้น
เธอเก็บเมล็ดพืชนั้นมาด้วยความสงสัยอยากรู้ว่ามันงอกขึ้นมาได้อย่างไร?

.. วันที่ 1
เธอนำเมล็ดพืชนั้นมาปลูกในกระถางใบใหม่..รอคอยวันที่มันจะเติบโต
เธออยากเห็นเมล็ดพืชโตเร็วจึงรดน้ำ จนล้นกระถาง..

.. วันที่ 2
เธอเฝ้าดูการเจริญเติบโตของเมล็ดพืชนั้น..ทันใดนั้นก้อมีปลาทองออกมาจากเมล็ดนั้น
เด็กหญิงเอาปลาทองใส่ไว้ในโหลและคิดว่าคงรดน้ำมากเกินไปจึงเอากระถางไปใส่ไว้ในเตาอบและเฝ้าดู

..วันที่ 3
เธอเปิดเตาอบออกดูเห็นลูกไก่เดินอยู่ในนั้น
มันมองมาที่เธอและเดินตามเธอตลอดเวลา
เด็กหญิงมีความคิดว่าควรจะใส่ปุ๋ยให้มันและเริ่มเทปุ๋ยจนหมดถุง
และ..รอ

.. วันที่ 4
มีริบบิ้นสีแดงออกมาจากเมล็ด เธอดีใจมากนำริบบิ้นมาผูกให้กับลูกไก่
แต่ละวันเด็กผู้หญิงจะเฝ้ารอดูว่าจะมีอะรัยออกมาจากเมล็ดพืชอีก
เธอมีความสุขกับการได้ดูแลเมล็ดพืช รดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดด

วันที่ 30
เด็กหญิงเบื่อที่จะรดน้ำ และดูแลต้นไม้ ไม่ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะออกมาจากเมล็ดพืชนั้นเหมือนแต่ก่อน..
ต้นไม้เริ่มแห้งเฉาใบไม้เริ่มเป็นสีเหลือง
ไม่มีอะไรออกมาจากเมล็ดพืชอีก..

.. วันที่ 180
ใบไม้เริ่มแห้งกรอบ ดินเริ่มแตกแยกเหมือนครั้งแรกที่เด็กหญิงเจอมัน..เธอเศร้าเสียใจอย่างมาก

วันที่ 250
เด็กหญิงรดน้ำในปริมาณที่พอเหมาะเธอมีความหวังที่จะได้พบสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจอย่างที่เคยเป็น

.. วันที่ 251
เธอนำกระถางมารับแสงแดดอ่อนๆตอนเช้าด้วยใจที่เบิกบานและเต็มไปด้วยความหวัง

.. วันที่ 252
เธอใส่ปุ๋ยและพรวนดินให้ต้นไม้
มีลูกไก่ที่ผูกริบบิ้นสีแดงและปลาทองในโหลอยู่ใกล้ๆ

.. วันที่ 300
การเอาใจใส่ ดูแลอย่างใกล้ชิดของเธอทำให้ต้นไม้กลับมาออกใบเขียวชอุ่ม..
และที่น่าประหลาดใจคือ
เมล็ดพืชกลายเป็นดอกสีขาวเล็กๆรูปร่างคล้ายหัวใจ
เด็กหญิงตื่นเต้นดีใจกว่าทุกครั้ง

.. วันที่ 340
เธอร้องเพลงและพูดคุยกับดอกไม้สีขาวนั้นทุกเวลาที่ว่าง

เธอรู้สึกมีความสุขมาก..ที่ได้คอยเอาใจใส่โดยลืมไปสนิทว่ามันจะกลายเป็นอะไรต่อไป..เด็กหญิงไม่คาดหวังให้ดอกไม้กลายเป็นสิ่งใด

เธอทนุถนอมและดูแลมันอย่างดีที่สุด

.. วันที่ 365
เด็กหญิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง กระถางตรงหน้าเธอไม่มีดอกไม้สีขาวรูปหัวใจอีกแล้ว
ดอกไม้ที่เธอเฝ้าดูแลหายไป!!
..แต่เธอไม่เศร้า ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้
เพราะเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง
เขาสามารถพูดคุยกับเธอ ยิ้มให้เธอ ไปทุกที่กับเธอ
เข้าใจเธอ และเธอก็ไม่เคยเหงาอีกเลย……

** คุณรู้หรือยังว่าดอกไม้สีขาวรูปหัวใจกลายเป็นอะไร**

เด็กผู้หญิงใช้เวลา 1 ปี ในการเรียนรู้เรื่องความรัก
เธอเรียนรู้ว่า

- เมื่อเธอรดน้ำมากๆ ไม่ได้แปลว่ามันจะเจริญเติบโตเร็ว
มันอาจกลายเป็นสิ่งที่เธอคิดไม่ถึง

-การเอาใจใส่กันเป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงให้ความรักคงอยู่ต่อไป

-การรอคอยเมื่อครั้งแรกเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแต่นานเข้าจะกลายเป็นความท้อแท้และเบื่อหน่าย

-ถึงเรายอมรับที่จะสูญเสียแต่ไม่มีทางหนีจากความเจ็บปวดได้

- ไม่มีคำว่าสาย สำหรับความรัก เราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ

-การที่เราคาดหวังกับความรักมากเท่าไรเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังเราจะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น


คุณล่ะใช้เวลาเท่าไรในการทำความรู้จักและพยายามเข้าใจในความรัก
ความรักไม่มีข้อปฏิบัติที่ตายตัว
แต่ละคนจึงต้องค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ตามวิธีที่แตกต่างกัน….

 

คู่รักชายหญิงคู่หนึ่งคุยกัน….

ญ. :: คุณเคยคิดถึงฉันบ้างไหม?

ช. :: ไม่เคย

ญ. :: คุณชอบฉันไหม?

ช. :: ไม่

ญ. :: คุณอยากได้ฉันไหม?

ช. :: ไม่

ญ. :: คุณจะร้องไห้ไหม ถ้าฉันจากไป?

ช. :: ไม่

ญ. :: คุณจะอยู่เพื่อฉันไหม?

ช. :: ไม่

ญ. :: คุณจะทำอะไรสักให้ฉันได้ไหม?

ช. :: ไม่ได้

ญ. :: คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง \ชีวิตคุณ\ กับ \ชีวิตฉัน\ ?

ช. :: ชีวิตฉัน

หญิงสาวรู้สึกเสียใจมาก
เธอหันหลังวิ่งหนีจากชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนเธอ

แต่เขาก็วิ่งตามเธอไป พร้อมทั้งตะโกนว่า…. ….

เหตุผลที่ฉันไม่เคยคิดถึงเธอ เพราะว่าเธออยู่ในความคิดฉันเสมอ

เหตุผลที่ฉันไม่ชอบเธอ เพราะฉันรักเธอ

เหตุผลที่ฉันไม่อยากได้เธอ เพราะฉันต้องการ และจำเป็นต้องมีเธอ

เหตูผลที่ฉันไม่ร้องไห้ ถ้าเธอจากไป เพราะฉันคงจะตายทั้งเป็น ถ้าไม่มีเธอ

เหตุผลที่ฉันไม่อยู่เพื่อเธอ เพราะฉันจะตายเพื่อเธอ

เหตุผลที่ฉันทำอะไรให้เธอสักอย่างไม่ได้ เพราะฉันยินดี และเต็มใจทำให้เธอทุกอย่าง

และเหตุผลที่ฉันเลือกชีวิตฉัน เพราะ เธอคือชีวิตฉัน

เช้าวันหนึ่ง..ที่โรงพยาบาล

ขอให้ชั้นดูหน้าลูกหน่อยได้มั๊ยคะ
คุณแม่คนใหม่เอ่ยขึ้น

เมื่อห่อผ้าน้อยๆอยู่ในอ้อมกอดเธอ เธอค่อย ๆ คลี่ผ้าที่ห่อออก
เพื่อมองใบหน้าเล็กๆ

กรี๊ดดดด !!เธอกรีดร้อง
หมอต้องอุ้มเด็กออกไปอย่างรวดเร็ว

**เด็กทารกที่เกิดมาไม่มีใบหู**

และแล้วกาลเวลาพิสูจน์ว่าการได้ยินของเจ้าหนูไม่มีปัญหา

ปัญหามีเฉพาะสิ่งที่มองเห็นภายนอก คือใบหูที่หายไป

หลายครั้งที่เจ้าหนูกลับจากโรงเรียน แล้ววิ่งมาบอกแม่

เธอรู้ว่าหัวใจลูกปวดร้าวแค่ไหน
เจ้าหนูพูดโพล่งออกมาอย่างน่าเศร้า

พวกเด็กตัวโตพวกมันล้อผมว่า… X –>ตัวประหลาด…”

จนกระทั่งเจ้าหนูเติบโตขึ้น..หล่อเหลา.. เป็นที่รักของเพื่อน ๆ

เค้ามีพรสวรรค์ ในด้านอักษรศาสตร์วรรณคดี..และดนตรีเค้าอาจได้เป็นหัวหน้าชั้น

แต่เพราะเจ้าสิ่งนั้นทำให้เค้าไม่อยากเจอใคร

ลูกต้องพบปะกับผู้คนบ้างนะลูกแม่กล่าวด้วยความสงสารลูก

พ่อของเด็กชายปรึกษากับหมอประจำครอบครัว
และได้รับข่าวดีจากหมอว่า
ผมสามารถปลูกถ่ายใบหูได้ครับ ถ้ามีผู้บริจาคแต่ใครล่ะจะยอมเสียสละใบหูเพื่อเด็กน้อยคนนี้คุณหมอกล่าว

จนกระทั่ง… 2 ปีผ่านไป พ่อบอกกับลูกชาย

ลูกเตรียมตัวไปโรงพยาบาลนะ พ่อกับแม่หาคนบริจาคใบหู ที่ลูกต้องการได้แล้วแต่นี่เป็นความลับ

การผ่าตัดสำเร็จด้วยดี และแล้วคนคนใหม่ก็เกิดขึ้น

….เค้ากลายเป็นผู้มีพรสวรรค์
เป็นอัจฉริยะในโรงเรียนในวิทยาลัย
จนเป็นที่กล่าวขานกันรุ่นต่อรุ่น

ต่อมาได้แต่งงานและทำงานเป็นข้าราชการในสถานทูต

วันหนึ่งชายหนุ่มถามผู้เป็นพ่อว่า

พ่อครับใครเป็นคนมอบใบหูให้ผมมา ใครช่างให้ผมได้มากมาย…? แต่ผมไม่เคยทำอะไรเพื่อเค้าได้เลยสักนิด

พ่อไม่เชื่อว่าลูกจะตอบแทนเค้าได้หมดหรอก เรื่องนี้เป็นความลับ เราตกลงกันแล้วพ่อตอบ

หลายปีผ่านไป

ทุกอย่างยังคงเป็นความลับ

และแล้ววันนึงวันที่มืดมิดที่สุดผ่านเข้ามาในชีวิตของลูกชาย

แม่ของเค้าได้เสียชีวิตลง

เค้ายืนข้างๆ พ่อใกล้กับศพของแม่

พ่อเรียกเค้า

มานี่สิลูกมานั่งใกล้ๆ นี่
พ่อลูบผมแม่อย่างช้าๆและนุ่มนวล

ผมสีน้ำตาลแดงของแม่ถูกเสยขึ้น จนมองเห็นใบหน้า
ที่มองดูเหมือนคนนอนหลับ

และแล้วสิ่งที่ทำให้ลูกชายถึงกับต้องตะลึง
ใบหูของแม่หายไป !!

แม่ไม่มีใบหู
นี่เป็นคำตอบ.. ที่ลูกอยากรู้มาตลอดชีวิต… “พ่อกระซิบผ่านลูกชาย

แม่บอกพ่อว่าเธอดีใจที่ได้ทำอย่างนี้…. ตั้งแต่วันผ่าตัด
แม่ไม่เคยตัดผมอีกเลยไม่มีใครมองเห็นว่าเธอไม่สวยจริงมั๊ย?”
- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - -

จงจำไว้ว่า

~สิ่งมีค่าที่แท้จริง~

ไม่ได้อยู่ที่การมองเห็นหากแต่อยู่ที่

~สิ่งที่เรามองไม่เห็น~

– - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – -

~ความรักที่แท้จริง~

ไม่ได้อยู่ที่เราได้ทำอะไรแล้วมีคนรับรู้

หากแต่อยู่ที่สิ่งที่เรากระทำแล้วไม่มีใครรับรู้
- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - -

~ความรัก~

บางครั้งไม่จำเป็นต้องพูดพร่ำเพรื่อ

หากแต่อยู่ที่การกระทำซึ่งเราอาจรับรู้

เพียงแค่ฝ่ายเดียว

– - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – -

อ่านจบแล้วใช้สมองตรึกตรองสักนิด

ถ้าพรุ่งนี้เราตายไป

บริษัท
สามารถหาคนมาแทนเราได้
ภายในไม่กี่วัน

แต่ครอบครัวเรา
ต้องสูญเสีย
และคิดถึงเราไปตลอด

เราได้ใช้ชีวิตกับการทำงาน
มากกว่าครอบครัวหรือเปล่า?

ถ้ามากกว่า
ก็เป็นการลงทุน
ที่ไม่ฉลาดเลยจริงๆ

[ส่งต่อเรื่องดีๆมาจากคุณอรพรรณ ศรีวิชัย นักศึกษาปริญญาเอกมหาวิทยาลัยมหิดล]