โลกใบเล็กๆ นี้ห่อหุ้มไปด้วยสิ่งต่างๆ มากมาย
ทั้งที่มีชีวิต และไม่มีชีวิต

แต่สิ่งที่ทำให้โลกนี้มีสีสัน
ก็คือสิ่งที่ไม่มีชีวิตที่ทำให้สิ่งมีชีวิตมีสีสัน

ต้นมะกรูดอาจจะไม่ได้มีใบสีเขียวหากขาดธาตุอาหารในดิน
สุนัขอาจไม่มีขนเพราะไม่จำเป็นต้องมี
มนุษย์อาจไม่ได้เล่นคอมพิวเตอร์เพราะกระดาษเป็นสิ่งไม่เที่ยง

สิ่งที่ชีวิตต้องการคืออะไร ?

บางทีอาจจะแค่ชีวิต ชีวิตเฉยๆ เช่นนั้นน่ะหรือ
หลายคนอาจเบือนหน้าหนี กับความคิดที่ว่าชีวิตดำรงอยู่เพื่อมีชีวิต
ในขณะที่หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมไอ้พวกนี้ถึงเบือนหน้าหนี มันเป็นอะไรกันนักกันหนากับชีวิตที่ต้องการแค่ชีวิต

คำตอบของคำถามนี้ก็คือ คุณเป็นคน

อาจจะพูดได้ว่ามนุษย์บนโลกโลภอย่างวายวอด
สิ่งต่างๆ สามพันหกร้อยสามสิบห้าสิ่ง อย่างน้อยก็สองพันเก้าร้อยเจ็ดสิบแปดสิ่งที่ทำขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์
เพราะมนุษย์คือมนุษย์

มนุษย์เป็นชีวิตที่มีการบริโภคมากเป็นพิเศษ
แต่อะไรที่พิเศษเพิ่มขึ้นมาจากนั้นล่ะ ?

หลักฐานบ่งชี้ไปที่สิ่งที่คนต้องการเพิ่มขึ้นจากชีวิต (การกิน การเจริญเติบโต การโต้ตอบกับสิ่งเร้า เมแทโบลิซึม การสืบพันธุ์ การปรับตัว การขับถ่าย …)
นั่นคือความสุข

ดวงดาวที่อยู่ปลายฟ้านั่นขึ้นแล้ว
ฉันไม่เห็นหรอก
หรือฉันไม่อยากเห็นกันแน่

ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากชะโงกให้เห็น
แต่มันเป็นเพราะความที่สิ่งต่างๆ บนโลกใบนี้ เป็นคนมากเกินไป

แล้วฉันไม่ใช่คนหรือ
ใช่แล้วฉันเป็นคน
แต่ฉันเป็นแค่คนที่น่าเบื่อและหวังอะไรไม่ได้คนหนึ่ง

และพอเดินมาถึงตรงนี้ก็พูดอะไรไม่รู้เรื่อง

นักพูดที่เป็นที่รู้จักกันดีท่านหนึ่งได้เริ่มหยุดการสัมมนาของเขา
โดยการหยิบแบงค์ 1,000 ขึ้นมาในห้องที่มีผู้เข้าร่วม 200 ท่าน
แล้วเขาก็พูดว่า

ใครอยากได้แบงค์ 1,000 นี้บ้าง
มือได้ถูกยกขึ้นเป็นจำนวนมาก และเขาก็พูดต่อว่า

นักพูดที่เป็นที่รู้จักกันดีท่านหนึ่งได้เริ่มหยุดการสัมมนาของเขา
โดยการหยิบแบงค์ 1,000 ขึ้นมาในห้องที่มีผู้เข้าร่วม 200 ท่าน
แล้วเขาก็พูดว่า

ใครอยากได้แบงค์ 1,000 นี้บ้าง
มือได้ถูกยกขึ้นเป็นจำนวนมาก และเขาก็พูดต่อว่า

ฉันจะให้เงินแบงค์ 1, 000 นี้แก่หนึ่งในพวกท่าน แต่ครั้งแรกนี้ฉันจะทำอย่างนี้
เขาเริ่มที่จะขยำ ๆ เงินนั้นแล้วเขาก็ถามอีกว่า ใครจะยังต้องการมันอีกยังคงมีมือที่ยกขึ้นอีก

ดีเขาตอบ แล้วถ้าฉันทำอย่างนี้ล่ะ
และเขาก็ทิ้งมันลงที่พื้นและเริ่มที่เหยียบย่ำมันด้วยรองเท้าของเขา
แล้วเขาก็เก็บขึ้นมา ขณะนี้มันทั้งยับยู่ยี่และสกปรก

ตอนนี้ใครยังต้องการมันอีกก็ยังคงมีคนยกมืออีก

เพื่อน ๆคุณได้เรียนรู้บทเรียนที่มีคุณค่ามากที่สุดบทหนึ่งแล้วว่า ไม่ว่าฉันจะทำอะไรกับเงิน คุณก็ยังต้องการมันอยู่

เพราะว่ามันไม่ได้ลดคุณค่าในตัวมันลงเลย มันก็ยังคงมีค่า 1, 000 บาท อยู่นั่นเอง

เหมือนกับ หลาย ๆ ครั้งในชีวิตของเรา ที่ถูกทิ้ง
ถูกเหยียบย่ำ และถูกทำให้สกปรก โดยสิ่งที่เราตัดสินใจทำมัน
และสภาพแวดล้อมที่เราเจอ ทำให้เรารู้สึกว่าคุณค่าของเราลดน้อยลง
แต่ไม่ว่าอะไรที่ได้เกิดขึ้น หรืออะไรที่จะเกิดขึ้น
คุณไม่เคยสูญเสียคุณค่าของคุณ คุณเป็นคนพิเศษ อย่าลืมมันตลอดไป!

อย่านำความผิดหวังของเมื่อวานมาบดบังความฝันในวันพรุ่งนี้

เย็นวันหนึ่งหลังจากที่รับประทานอาหารเย็นเสร็จ

ผู้เป็นพ่อได้เรียกลูกสาวให้ไปพบที่ห้อง

พอไปถึง

พ่อได้หยิบเหรียญ 5 บาท มากำไว้ในมือ 1 เหรียญ

พ่อยื่นมือไปที่ลูก พร้อมกับถามว่าอยากรู้มั้ยจ๊ะลูกว่าอะไรอยู่ในกำมือพ่อ

เมื่อลูกได้ฟังพ่อดังนั้นจึงเกิดความสงสัย และอยากรู้อยากเห็นว่าอะไรอยู่ในกำมือพ่อ

ลูกจึงตอบพ่อกลับไปว่าอยากรู้ค่ะคุณพ่อ

พ่อได้ทีจึงบอกกับลูกว่า

ถ้าอยากรู้พ่อก็จะให้ลูกดู แต่มีข้อแม้ว่าลูกต้องทำตามที่พ่อบอกทุกอย่างจนกว่าพ่อจะพอใจ

ลูกสาวรับปากพ่อพร้อมกับถามว่าแล้วคุณพ่อจะให้หนูทำอะไรบ้างคะ

เมื่อได้ยินลูกสาวพูดดังนั้น พ่อก็เลยบอกให้ลูกสาวทำทุกอย่างที่พ่อต้องการ

เช่น เอาเขกโต๊ะ เขกพื้น หรือแม้กระทั่งเขกหัวตัวเอง

พ่อให้ลูกสาวทรมานตัวเองไปเรื่อยๆจนพ่อพอใจ แล้วจึงบอกให้ลูกหยุด

ตกลงพ่อจะให้ลูกดูก็จ่ะ

ว่าแล้วพ่อก็แบมือที่กำเหรียญ 5 บาทนั้นให้ลูกดู

เมื่อลูกสาวได้เห็นเหรียญ 5 บาทเหรียญนั้น ก็พูดขึ้นว่า

เนี่ยนะคะที่พ่อจะให้หนูดู แค่เหรียญ 5 บาทเนี่ยนะคะ

จากนั้นพ่อก็กำเหรียญ 5 บาทเหรียญเดิม พร้อมกับถามลูกสาวอีกครั้งว่า

ลูกอยากรู้อีกมั้ยจ๊ะว่าอะไรอยู่ในกำมือพ่อ

ลูกสาวทำหน้าเซ็ง พร้อมกับพูดว่า

ไม่อยากรู้หรอกค่ะ เพราะหนูรู้แล้วว่ามันคืออะไร

เมื่อได้ฟังลูกสาวพูดดังนั้น พ่อก็เลยพูดขึ้นว่า

ถ้าอย่างนั้น พ่อจะให้ลูกดูฟรีๆ ลูกจะดูมั้ยจ๊ะ

พูดจบพ่อก็แบมือที่กำเหรียญ 5 บาทเหรียญนั้นให้ลูกดูฟรีๆโดยไม่มีข้อแม้

ลูกสาวก็ดูไปอย่างนั้น โดยที่ไม่มีความรู้สึกอยากรู้ อยากเห็นเหมือนครั้งแรก

เมื่อพ่อได้เห็นกิริยาท่าทางของลูกดังนั้น พ่อจึงพูดขึ้นว่า

นี่แหละคือสิ่งที่พ่ออยากจะบอกกับลูก ลูกในตอนนี้ก็เปรียบเสมือนผู้ชาย

และเหรียญ 5 บาทเหรียญนี้ก็ก็เปรียบเสมือนผู้หญิง

พ่ออธิบายต่อไปว่า

จำไว้นะลูกเกิดเป็นผู้หญิงต้องรู้จักรักนวลสงวนตัว

ไม่งั้นลูกก็จะเป็นเหมือนเหรียญ 5 บาทเหรียญนี้

ที่มีค่าสมควรที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รู้ได้เห็นมันในครั้งแรก

แต่พอได้รู้ได้เห็นมันแล้ว ก็จะไม่อยากจะรู้จะเห็นมันอีก

ลูกก็จะกลายเป็นผู้หญิงที่ไม่มีค่าพอที่ผู้ชายจะทำทุกอย่างเพื่อลูก

ก็เหมือนกับลูกในตอนนี้ที่ไม่อยากจะรู้ อยากจะเห็นว่าอะไรอยู่ในกำมือพ่อในครั้งที่สอง

บางครั้งเราก็มองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ไป

เพียงเพราะใช้เวลาสั้นๆ ในการตัดสินสิ่งนั้นว่า ไร้สาระ
หลายวันก่อน เพื่อนคนหนึ่งถามผมว่า
ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ?
ผมไม่ได้สนใจและใส่ใจกับคำถามนั้นสักเท่าไหร่
เพียงแค่รู้สึกว่าเป็นคำถามที่ไม่มีสาระอะไรเสียเลย

แต่ก็อดไม่ได้ที่จะตอบเล่นๆ ไปว่า
ก็คงมีเพื่อความสะดวกมั้ง
หรือไม่ก็ช่วยให้คนขี้ลืมที่ชอบวางยางลบไม่เป็นที่เป็นทาง
ได้มียางลบใช้มั้ง

เพื่อนของผมก็อมยิ้ม ก่อนที่จะตอบผม สั้นๆ ว่า ไม่ใช่

อ้าว. . .งั้นเพราะอะไรล่ะผมอดที่จะถามไม่ได้

ก็เพราะว่า คนเราสามารถทำผิดกันได้

“. . . . . . . . . . . . . ” ผมนิ่งไปครู่หนึ่ง

หลังจากที่ได้ยินคำตอบ
และปล่อยให้เจ้าของคำถามเดินจากไป
โดยที่ไม่ได้อธิบายอะไรมากไปกว่าคำตอบสั้นๆ ของเขาเท่านั้น

คำถามของเพื่อนที่ผมเคยมองว่ามันไร้สาระ
กลับทำให้ผม ได้เก็บมาคิดแทบทุกขณะที่สมองว่าง

เย็นวันนั้น
ผมจึงหยิบโทรศัพท์เขียนข้อความส่งถึงเพื่อนๆ
ด้วยประโยคที่ซ้ำกัน. . .
ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ
เพราะคนเรามีสิทธิ์ทำผิดกันได้

แต่จงจำไว้ว่า. . .เราไม่ควรใช้ยางลบให้หมดก่อนดินสอ

เพราะนั่นอาจหมายความว่า เรากำลังทำผิดซ้ำๆ จนความผิดนั้นอาจสายเกินแก้

ผมเองยังไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่คิดต่อจากเพื่อนนั้นมันจะถูกต้องหรือไม่

และเพื่อนๆที่ได้รับข้อความจากผมจะเข้าใจในสิ่งที่ผมต้องการจะบอกหรือเปล่า

จะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการมากสักเท่าไหร่

แต่สิ่งที่ผมอยากได้รับ คือเพื่อนของผมจะคิดต่อจากความคิดของผมอย่างไร

และลึกๆ ผมก็แค่หวังว่าเพื่อนของผมคงจะกล้าเผชิญหน้ากับความผิดพลาด

และไม่ประมาทในการใช้ชีวิตและยอมรับการกระทำของตัวเอง. . .
เพียงแค่นั้น ผมก็หมดห่วง
และเพื่อน ๆ ที่ได้อ่านแล้วคิดอย่างไรกันบ้างครับว่า
ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ?

คนเราทำผิดก็ต้องแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดนั้นๆ
เหมือนกับที่เราเขียนผิดแล้วก็ต้องลบ แล้วแก้ใหม่ให้ถูกต้อง

กว่าจะรู้ใจตัวเอง….
จะรู้ว่าโลกนี้มันกว้างใหญ่
ก็ต่อเมื่อเราได้ออกเดินทาง

จะรู้คุณค่าของอะไรในสักอย่าง
ก็ต่อเมื่อเราได้เสียมันไป

จะรู้ความหมายของฟ้าหลังฝน
ก็ต่อเมื่อเราผ่านพ้นมันมาได้

จะรู้ว่ายังมีเรื่องอีกมากมาย
ก็ต่อเมื่อเราเปิดใจยอมรับมัน

จะรู้ว่าในหนังสือมีอะไร
ก็ต่อเมื่อเราได้ลองเปิดอ่าน

จะรู้เวลา..ของดอกไม้บาน
ก็ต่อเมื่อเราเฝ้าตามอยู่อย่างนั้น

จะรู้ว่าเสียงหัวเราะมันมีค่า
ก็ต่อเมื่อเราเสียน้ำตาในสักวัน

จะรู้ถึงความในใจของกันและกัน
ก็ต่อเมื่อเราได้พูดมันออกไป

จะรู้ว่าอะไรที่เรียกว่าคิดถึง
ก็ต่อเมื่อในความคิดคำนึงมีใครสักคน

จะรู้ความหมายในคำรักสักหน
ก็ต่อเมื่อมีใครบางคนให้หวั่นไหว

จะรู้ว่าค่ำคืนนี้คงไม่เงียบเหงา
ก็ต่อเมื่อทุกเรื่องเล่าได้มีโอกาสบอกไป

จะรู้ว่าเป็น
เธอเท่านั้น….ที่ฉันมีให้
ก็ต่อเมื่อทุกครั้งที่เขียนอะไรลงไป

จะมีแต่ภาพเธอในใจที่เกิดขึ้นมา